BLOG

ยิ่งกินยิ่งผอม!! 10 อาหารที่คนญี่ปุ่นแนะนำให้กินเมื่ออยู่ในช่วงที่กำลังควบคุมหรือลดน้ำหนัก

ยิ่งกินยิ่งผอม!! 10 อาหารที่คนญี่ปุ่นแนะนำให้กินเมื่ออยู่ในช่วงที่กำลังควบคุมหรือลดน้ำหนัก

ทั้งที่พยายามออกกำลังกายอย่างเต็มที่กลับไม่ยอมผอม แต่บางคนไม่ออกกำลังกายก็ผอมเอาผอมเอา มาดูกันว่ามีอาหารอะไรบ้างที่คนญี่ปุ่นแนะนำให้กินเพื่อให้ผอมในยามที่ต้องการลดและควบคุมน้ำหนัก

1. พริก

พริกมีสารที่เรียกว่าแคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งช่วยกระตุ้นการหลั่งอะดรีนาลินและส่งเสริมให้มีการเผาผลาญไขมันในร่างกาย อย่างไรก็ตามก็ต้องระวังไม่รับประทานพริกในปริมาณที่มากเกินไป โดยคนญี่ปุ่นแนะนำให้รับประทานพริกป่นไม่เกินวันละ 1/4 ช้อนชาเพื่อจุดประสงค์ในการลดน้ำหนัก

2. เนื้อแดง

เนื้อแดงจากสัตว์อุดมไปด้วยโปรตีนซึ่งช่วยฟื้นฟูระบบการเผาผลาญของร่างกาย เนื้อแดงอุดมไปด้วยคาร์นิทีน (Carnitine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ช่วยป้องกันการสะสมของไขมันชนิดไม่ดีและช่วยส่งเสริมการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ทำให้ไม่อ้วนง่าย

3. ไข่

ไข่อุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพสูงทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็ว วิธีปรุงเพื่อให้ดีต่อสุขภาพคือ ไข่ต้ม

4. ปลาซาร์ดีน แซลมอน และปลาทูน่า

ปลาเหล่านี้อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดระดับไขมันในเลือด ช่วยลดการเพิ่มของระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยกดการสร้างคอเลลเตอรอล และช่วยสร้างกล้ามเนื้อ เป็นต้น

5. นัตโตะ

นัตโตะเป็นหนึ่งในอาหารหมักที่ช่วยปรับสภาพแวดล้อมในลำไส้ให้ดี อีกทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองจึงทำให้อิ่มท้องแบบพึงใจ

6. บร็อคโคลี่

บร็อคโคลี่เป็นผักที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและแคลเซียม บร็อคโคลี่ 100 กรัมให้พลังงานเพียง 33 กิโลแคลอรี่ ทำให้สามารถรับประทานบร็อคโคลี่ได้จนอิ่มท้องโดยรับพลังงานน้อยกว่า 100 กิโลแลอรี่

7. โซบะ

โซบะอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและโปรตีน และเป็นอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลหรือ GI ต่ำ ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มช้า ช่วยให้อิ่มท้องนานและชะลอความหิวในมื้อถัดไป ส่งผลในการลดปริมาณพลังงานที่จะรับประทานเข้าไปในมื้อถัดไปได้ นอกจากนี้โซบะยังอุดมไปด้วยวิตามิน B ซึ่งช่วยเสริมการเผาผลาญของไขมันในร่างกาย

8. เห็ดต่างๆ

เห็ดเป็นอาหารที่มีพลังงานต่ำ โดยเห็ด 100 กรัมให้พลังงานเพียงประมาณ 20 กิโลแคลอรี ซึ่งไม่ทำให้อ้วนแม้จะรับประทานในปริมาณที่มาก เห็ดอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารซึ่งทำให้อิ่มท้องเร็ว นอกจากนี้เห็ดยังอุดมไปด้วยไคโตซาน (Chitosan) ที่ดักจับไขมันและขับออกทางอุจจาระ และส่งผลช่วยลดการสะสมของไขมันในร่างกาย

 

9. สาหร่ายทะเล

สาหร่ายเป็นอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูงและมีค่าดัชนีน้ำตาลหรือ GI ต่ำ ทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็วและนาน

10. ชา

ชาประกอบด้วยคาเทชิน (Catechin) ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยดูดซับไขมันในร่างกาย คนญี่ปุ่นนิยมดื่มชาที่ไม่เติมนมหรือน้ำตาลไปพร้อมกับมื้ออาหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมไขมันในร่างกาย

แม้ว่าอาหารดังกล่าวจะมีประโยชน์ในการช่วยควบคุมและลดน้ำหนัก แต่หากต้องการลดน้ำหนักจริงๆ ก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน โดยไม่กินแป้ง น้ำตาล และไขมันในปริมาณที่มากเกินไป พร้อมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยค่ะ    สล็อตเว็บตรง

ใครนอนไม่หลับมาทางนี้! ลองผ่อนคลายความเครียดด้วยผลิตภัณฑ์เสริมกาบาจากญี่ปุ่นดูสิ

ใครนอนไม่หลับมาทางนี้! ลองผ่อนคลายความเครียดด้วยผลิตภัณฑ์เสริมกาบาจากญี่ปุ่นดูสิ

คนญี่ปุ่นมักจะมีความเครียดที่สะสมทั้งจากการเรียนและการทำงาน ส่งผลให้นอนไม่หลับและนำไปสู่โรคซึมเศร้าในที่สุด ด้วยตระหนักว่าคนในชาติตนเองมีความเครียดสูง การให้ความรู้เรื่องวิธีคลายเครียดจึงเป็นประเด็นสำคัญ และตัวช่วยเพื่อให้คลายเครียดอย่างกาบา (GABA) ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง จนมีการนำมาเสริมในผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิด มารู้จักกาบา แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยกาบา และผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกาบาที่ได้รับความนิยมจากคนญี่ปุ่นกันนะคะ

กาบาคืออะไร

กาบาหรือ GABA  มีชื่อเต็มว่า แกมมา อะมิโนบิวไทริก แอซิด (γ-aminoburyric acid ) เป็นสารที่ร่างกายคนเราผลิตขึ้นเพื่อช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและทำให้ความดันเลือดต่ำ ซึ่งนำไปสู่การคลายเครียดและนอนหลับในที่สุด ในชีวิตประจำวันที่ไม่เครียดมาก กาบาที่ผลิตขึ้นในร่างกายจะเพียงพอต่อการช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและนอนหลับได้ดี แต่เมื่อมีความเครียดสูง ปริมาณกาบาที่ผลิดโดยร่างกายจะไม่เพียงพอต่อการนำมาคลายเครียดหรือทำให้หลับได้ง่าย คนทั่วไปจึงมักรับกาบาจากอาหารที่อุดมไปด้วยกาบา ได้แก่ ข้าวกล้อง มิโสะ และข้าวกล้องงอกซึ่งมีปริมาณกาบามากกว่าข้าวกล้องหลายเท่า

กาบาที่ทานเข้าไปแม้ไม่สามารถส่งไปถึงสมองโดยตรง แต่จะไปมีผลที่ระบบประสาทรอบนอก โดยจะไปกดการสร้างนอร์เอพิเนฟรีนซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว ดังนั้นกาบาที่ทานเข้าไปจึงช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและหลับได้ง่าย

แม้ร่างกายจะผลิตกาบาได้เอง แต่ก็ต้องการวิตามินบี 6 เพื่อช่วยส่งเสริมการผลิตกาบาในร่างกาย หากร่างกายขาดวิตามินบี 6 จะทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตกาบาได้ ส่งผลให้คนๆ นั้นมีอารมณ์เหวี่ยงง่ายและมีความเครียด ดังนั้นในชีวิตประจำวันก็ต้องหมั่นทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 6 ได้แก่ ปลาเนื้อสีน้ำเงิน เช่น ปลาโอ ปลาทูน่าและปลาซาร์ดีน กระเทียม พริกหยวก และใบกะเพรา เป็นต้น เข้าไปด้วย

ผลิตภัณฑ์เสริมกาบาที่หาซื้อได้ง่ายในญี่ปุ่น

สำหรับคนญี่ปุ่นจำนวนมากแล้ว การหาอาหารที่อุดมไปด้วยกาบา ได้แก่ ข้าวกล้องและข้าวกล้องงอก มาทานทุกวันนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย ดังนั้นจึงมีการนำกาบามาเสริมในผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลายชนิด ได้แก่ ช็อคโกแลต เครื่องดื่มโกโก้ โยเกิร์ต กาแฟ ลูกอม และหมากฝรั่ง เป็นต้น

หมากฝรั่งเสริมกาบา
ช็อคโกแลตเสริมกาบาเพื่อให้นอนหลับดี
ช็อคโกแลตเสริมกาบาชนิดขม
ช็อคโกแลตเสริมกาบารสนม

การผ่อนคลายและการนอนหลับเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับคนทุกคน ซึ่งการใช้ชีวิตที่ไม่เครียดจนเกิดไปก็ไม่ทำให้ร่างกายขาดกาบา แต่หากรู้สึกว่าเครียดจนนอนไม่หลับบ่อยๆ ก็ลองหาอาหารที่อุดมไปด้วยกาบาและวิตามินบี 6 มาทานดูนะคะ      สล็อตเว็บตรง

เมื่อเมนู “มัสมั่นไก่” บุกร้านข้าวหน้าเนื้อมัตสึยะ!

เมื่อเมนู “มัสมั่นไก่” บุกร้านข้าวหน้าเนื้อมัตสึยะ!

สำหรับคนที่ชอบกินข้าวหน้าเนื้อหรือ “กิวด้ง” (牛丼) อาจจะพอรู้จักร้านมัตสึยะ「松屋」หนึ่งในร้านเชนข้าวหน้าเนื้อเจ้าใหญ่ของญี่ปุ่น (อีกสองเจ้าที่มีสาขาในไทยคือ โยชิโนะยะ「吉野家」 และ ซุกิยะ「すき家」)

แม้ว่าเมนูหลักของร้านมัตสึยะจะเป็นข้าวหน้าเนื้อ แต่เมนูจำพวกแกงกะหรี่ก็ค่อนข้างจะได้รับความนิยมเช่นกัน และเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ร้านเชนข้าวหน้าเนื้อเจ้าดังแห่งนี้ได้ออกเมนูใหม่เอาใจคนชอบกินแกงอย่าง “แกงมัสมั่น” 「マッサマンカレー」มาหมาดๆ

จากแกงที่ได้รับการโหวตว่าอร่อยที่สุดในโลกสู่เมนูในร้านมัตสึยะ

เว็บไซต์ CNN Travel (ชื่อเดิม CNN Go) ได้ทำการจัดอันดับอาหารที่ได้รับการโหวตว่าอร่อยที่สุดในโลก 50 อันดับ และปรากฏว่าอาหารไทยอย่าง “มัสมั่น” ได้รับการโหวตเป็นอันดับ 1 ซะด้วย

ซึ่งร้านมัตสึยะก็ได้นำจุดขายนี้มาออกเมนู “แกงมัสมั่น” ขายในสาขาทั่วญี่ปุ่นเสียเลย ซึ่งก่อนหน้านี้มัตสึยะก็นำเมนูแกงจากประเทศต่างๆ อย่าง Chkmeruli (อาหารจอร์เจีย เป็นไก่ทอดที่นำไปอบในนมกับกระเทียม) และ Chicken Fricassee (อาหารฝรั่งเศส มีลักษณะคล้ายสตูว์) มาขายในร้านบ้างแล้ว ในครั้งนี้เป็นคราวของแกงมัสมั่นของไทยได้เฉิดฉายในเมนูของร้านบ้าง

 

ลูกค้าร้านมัตสึยะสามารถเลือกสั่งเมนูนี้ได้ทั้งแบบเป็นเซ็ตข้าวพร้อมซุป (ราคา 730 เยน) หรือเป็นเซ็ตข้าว ซุป และสลัดผัก (ราคา 830 เยน) ก็ได้

 

ว่ากันจุดขายของมัสมั่นร้านมัตสึยะคือใช้กะทิที่มีความเข้มข้น เครื่องเทศที่จัดจ้าน ใช้เนื้อไก่ส่วนน่องที่มีความนุ่ม และใช้มันฝรั่งอย่างดีจากฮอกไกโด ทำให้ได้กลิ่นหอมและรสชาตินุ่มละมุนและเข้มข้น

 

ด้วยความที่แกงมัสมั่นเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์ แม้จะเข้มข้นแต่ไม่เผ็ดจนเกินไป แถมมีกลิ่นหอมจากกะทิอีกด้วย ผู้เขียนคิดว่ามัสมั่นเป็นอาหารที่น่าจะถูกปากคนญี่ปุ่นได้ไม่ยาก ในฐานะที่เป็นคนไทยก็รู้สึกภูมิใจที่อาหารของชาติเราเป็นที่ชื่นชอบของคนต่างชาติ น่าลุ้นเหมือนกันว่าจะมีเมนูแกงของไทยเมนูไหนที่จะถูกนำไปขายในร้านเชนใหญ่ๆ ของญี่ปุ่นอีกไหมนะ      สล็อตเว็บตรง

พูดถึง “ฮันเปง” ลูกชิ้นสามเหลี่ยมใส่โอเด้ง ที่มีมาตั้งแต่ยุคมุโรมาจิ

พูดถึง “ฮันเปง” ลูกชิ้นสามเหลี่ยมใส่โอเด้ง ที่มีมาตั้งแต่ยุคมุโรมาจิ

หลังจากที่วันก่อนพูดถึงอาหารจำพวกลูกชิ้นของญี่ปุ่น อย่างสึคุเนะและก็สึมิเระไปแล้ว คราวนี้จะขอพูดถึงลูกชิ้นอย่างญี่ปุ่นอีกอย่างคือ “ฮันเปง” นะครับ

ความเป็นมาของ ฮันเปง

“ฮันเปง” เป็นลูกชิ้นสีขาวรูปสามเหลี่ยมที่นิยมใส่ในโอเด้ง ขาวๆ นุ่มๆ เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี หน้าหนาวกินฮันเปงที่ต้มใส่ในโอเด้ง แก้หนาวดีนักแล ว่ากันว่าในตำราอาหารยุคมุโรมาจิที่ชื่อ “อุมโปะอิโระฮะชู” (運歩色葉集) และก็ “โคะคอนโจมิชู” ก็มีเขียนถึงอาหารลูกชิ้นลักษณะนี้กันแล้ว และแน่นอนมันก็ปรากฏในตำราอาหารต่อมาถึงยุคเอโดะด้วย

ชื่อว่า “ฮันเปง” (半片) นี้มาแต่ไหน? เรื่องเล่าที่มาที่คนเชื่อกันมากที่สุด ก็คือว่ามันมาจากชื่อคนคิดคือนาย “ฮันเปย์” (半平) พ่อครัวแห่งเมืองซุนปุ (駿府 ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดชิซุโอกะ) เป็นผู้คิดทำขึ้น แล้วตอนหลังเรียกเพี้ยนไปจาก “ฮันเปย์” เป็น “ฮันเปง” อีกเรื่องเล่าหนึ่งคือในบันทึกในปีที่สามศักราชเท็นโช (ราวศตวรรษที่ 16) มีคำว่า “คามาโบโกะ โนะ ฮะเฮง” (เศษเสี้ยวของคามาโบโกะ) ซึ่งตอนหลังเพี้ยนมาเป็น “ฮันเปง” แน่นอนยังมีเรื่องเล่าที่มาแบบอื่นๆ อีกหลายกระแส อย่างเช่นเพราะว่าแต่ก่อนเขาเอาใส่พิมพ์รูปร่างเหมือนฝาถ้วย เลยออกมาเป็นรูปจันทร์ครึ่งดวง เลยเรียกว่า “ฮันเปง” (半片 “ครึ่งซีก”) อย่างนี้เป็นต้น

การทำฮันเปง

ฮันเปง ทำโดยเอาเนื้อปลาบด (สุริมิ) ใส่ไข่ขาว มันเทศ เกลือ น้ำตาล แป้งมัน และเครื่องปรุงรส ที่มีสีขาวใสก็เพราะว่าเนื้อปลาที่เอามาบดต้องล้างเลือดล้างไขมันออกเสียก่อน จึงได้เนื้อฮันเปงสีขาวใส ไข่ขาวและมันเทศเป็นตัวทำให้เนื้อนุ่มฟูเวลาเอาส่วนผสมมาคนให้เข้ากัน เนื้อปลาที่ใช้โดยมากเป็นเนื้อปลาฉลาม ปลาทาระ และปลาคุโรคาชิกิ หลังจากบดเนื้อปลา ใส่ส่วนผสม นวดๆ แล้ว ก็เอาใส่พิมพ์เหลี่ยม แล้วเอาลวกน้ำร้อนแล้วพักไว้ให้เย็น

ฮันเปงดำ 

ฮันเปงทั่วไปสีขาวใสอย่างที่ว่า แต่ที่เมืองยาอิซุ (焼津) จังหวัดชิซุโอกะ มีของดีอย่างหนึ่งคือ “ฮันเปงดำ” (黒はんぺん คุโระฮันเปง) คือเอาปลาตัวเล็ก เช่น ปลาอิวาชิทั้งตัว มาทำฮันเปง กินสดก็ได้ ปิ้งกินก็ดี แน่นอนใส่โอเด้งก็ได้ด้วย ส่วนที่นางาซากิก็มี “นางาซากิฮันเปง” (長崎はんぺん) ซึ่งมีสีชมพู เขียว เอาใส่ “นางาซากิจัมปง” ก็ได้ด้วย

 

 

พอพูดมาถึงตรงนี้แล้ว บอกตรงๆ นึกถึงลูกชิ้นปลาที่เป็นเส้นยาวๆ ที่เรียกว่า “ฮื่อก้วย” ยังไงก็ไม่รู้ครับ ฮื่อก้วยทำจากเนื้อปลาบด ใส่แป้งมัน ผงฟู (จะได้เนื้อฟูๆ นุ่มๆ) เครื่องปรุงรสอย่างเกลือ พริกไทย ผสมให้เข้ากันแล้วม้วนเป็นแท่งกลมแล้วนึ่ง ฮันเปงนอกจากเอาใส่โอเด้งแล้ว จะเอาไปต้มหรือทอด ชุบเกล็ดขนมปังทอดก็ได้ ฮื่อก้วยก็เอาไปทอดได้เช่นกัน หั่นเป็นแผ่นๆ ใส่ก๋วยเตี๋ยว อร่อย

อยากกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาจังเลยครับ        สล็อตเว็บตรง

ขอแนะนำบทความนี้ด้วย:

  1. พูดถึง “เนื้อวัวดีมียี่ห้อ” (ブランド牛) ของญี่ปุ่น
  2. พูดถึง “คินาโกะโมจิ” ของชอบสำหรับคนรักถั่วเหลือง
  3. ที่มาที่ไปของ ”แกงกะหรี่ญี่ปุ่น” แท้จริงแล้วมีต้นกำเนิดมาจากไหนกันแน่!?
  4. ที่มาของ “เจงกิสข่าน” เมนูเนื้อแกะย่างแสนอร่อยแห่งฮอกไกโด

สุดปัง! ขนมปังรูปปลามากุโระฝีมือคุณแม่ชาวญี่ปุ่น ทั้งน่ารักและน่ากิน เหมือนของจริงสุด ๆ!

สุดปัง! ขนมปังรูปปลามากุโระฝีมือคุณแม่ชาวญี่ปุ่น ทั้งน่ารักและน่ากิน เหมือนของจริงสุด ๆ!

คุณ Ran (@konel_bread) ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชาวญี่ปุ่นได้ทวิตวิดีโอการแล่มากุโระพร้อมแคปชั่น “วันที่ได้จัดการมากุโระเป็นครั้งแรก” ในวิดีโอมีภาพปลามากุโระตัวอ้วนปุ๊กลุกวางไว้บนเขียง มองเผิน ๆ แล้วก็เหมือนตุ๊กตาหรือหมอน คุณ Ran เริ่มหั่นส่วนหัวแล้วก็แล่เนื้อตั้งแต่หางขึ้นมา พอยกส่วนที่แล่ออกก็เผยให้เห็นเนื้อปลา 3 สีกับก้างปลาสีขาวข้างใน ใช่แล้วค่ะ นี่คือขนมปัง!! ซึ่งหากไม่ผ่าก็จะดูแทบไม่ออกเลยว่าเป็นขนมปัง สร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนมากมายที่ผ่านมาเห็นทวิตนี้ มีการเล่นวิดีโอถึง 3.2 ล้านครั้ง และมีจำนวนไลค์มากกว่า 297,000 ไลค์ และยังคงถูกรีทวิตอยู่อย่างต่อเนื่อง

 

คุณ Ran ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ทำขนมปังมากุโระแสนน่ารักนี้ขึ้นมาว่า “ก่อนการระบาดของโควิด-19 ร้านซูชิแถวบ้านจะมีโชว์แล่มากุโระเป็นประจำ ฉันมักจะไปดูกับลูก ๆ เสมอ เด็ก ๆ ก็ชอบกันมาก แต่พอมีโควิด-19 ก็ไม่มีโชว์ให้ดูแล้ว ฉันเลยคิดจะทำขึ้นมาเองเพราะอยากให้ลูก ๆ ได้รู้สึกสนุกสนานตื่นเต้นอีกครั้ง” เธอบอกอีกว่าการทำขนมปังมากุโระนี้เป็นกิจกรรมเล็ก ๆ ทำกันเองในบ้าน หลังจากถ่ายเสร็จก็กินกันอย่างเอร็ดอร่อย    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

ขนมปังมากุโระมีความยาวประมาณ 45 ซม. ซึ่งสามารถใส่ในเตาอบได้พอดีเป๊ะ ดังนั้นตอนที่ยกขนมปังเข้าและออกจากเตา ต้องระวังไม่ให้ไปกระแทกผนังด้านในเตาจนเสียหาย เธอบอกอีกว่า “ตรงที่ต้องพิถีพิถันนิดนึงก็คือการแบ่งสี 3 สีในส่วนของเนื้อปลา”

 

คุณ Ran ได้ตั้งชื่อขนมปังประเภทนี้ว่า イラストパン (irasuto pan มาจากคำว่า illustration) “ขนมปังที่เมื่อตัดขวางแล้วมีภาพที่สวยงามจะเรียกว่า イラストパン อย่างขนมปังมากุโระนี้ มองแค่ภายนอกอาจจะดูเหมือนขนมปังที่ข้างในเป็นสีขาวธรรมดา แต่เมื่อตัดออกมาแล้วจะมีลวดลายก้างปลาและเนื้อปลา 3 สีอยู่ข้างใน สนุกตั้งแต่การทำ รูปลักษณ์ก็สวยงาม แถมตอนทานก็เพลิดเพลิน”

ขนมปังมากุโระได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากมายทั้งจากชาวญี่ปุ่นเองและชาวต่างชาติ เธอบอกว่า “ฉันมีความสุขมากที่สามารถถ่ายทอดความสนุกได้เพียงแค่ดูวิดีโอขนมปัง แม้ว่าจะไม่เข้าใจภาษาก็ตาม” มีคอมเมนท์ชื่นชมมากมาย เช่น

“น่าทึ่งมาก! ถ้าแล่เป็น 3 ชิ้นก็น่าจะสวยนะ ถ้ามีคนให้นี่จะดีใจมากเลย”
“ประทับใจมาก นั่งดูแล้วส่งเสียง โอ้~ พร้อมกับลูกชายเลย”
“ตัวมากุโระก็น่ารัก ข้างในก็เหมือนจริง ชอบจนเผลอส่งเสียงออกมาเลย”
“เหมือนปลาแสงอาทิตย์เลย! น่ารักเกินไปแล้ว”
“สุดยอดดด ─── (〃’艸’〃) ─── แล่เป็น 3 ชิ้นสวย ๆ ได้เลย มีก้างกับเนื้อสีแดงเข้มด้วย สุดยอดจริง ๆ ”
“มีทั้งเนื้ออากามิ จูโทโร่ โอโทโร่ ยอดเยี่ยมมาก (*’ω` * nono ☆ปรบมือ”

ก่อนจะมีเจ้ามากุโระ คุณ Ran ก็ทำออกมาหลายผลงานแล้ว สีที่ใช้ก็เป็นสีจากธรรมชาติทั้งสิ้น ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาก็มีทั้ง

ขนมปังข้าวห่อไข่โอมุไรสุ หั่นออกมามีลายหมีน้อย

ขนมปังน่องไก่ย่างชิ้นโต หั่นออกมามีลายจุดแบบเสือดาว

ขนมปังอะโวคาโด หั่นออกมาเหมือนเนื้ออะโวคาโด แถมมีเม็ดอะโวคาโดเป็นขนมปังชิ้นเล็กอีกชั้น

ขนมปังเห็ดจากเกมมาริโอ้

ขนมปังแก้วกาแฟ หั่นออกมามีลาเต้อาร์ทลายชาร์ลี บราวน์

 

ขนมปังแปรงสีฟัน น่ารักม้ากกกกก

 

ใครชอบฝีมือการทำขนมปังน่ารัก ๆ สามารถติดตามคุณ Ran ได้ทั้งทาง Twitter Instagram TikTok

สายมัทฉะห้ามพลาด! กับ 5 ร้านขึ้นชื่อเรื่องชาเขียวย่านเกียวโต

สายมัทฉะห้ามพลาด! กับ 5 ร้านขึ้นชื่อเรื่องชาเขียวย่านเกียวโต

จังหวัดเกียวโตเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องชาเขียวมากๆ ไม่ว่าจะเป็นชาแบบที่เป็นเครื่องดื่ม หรือเป็นอาหารที่มีส่วนประกอบของชาเขียวก็เป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดนี้ หากใครเป็นสายขนมหวานชาเขียวแล้วอยากลองชาเขียวต้นตำรับญี่ปุ่นก็คงไม่พลาดปักหมุดแวะมาที่จังหวัดนี้อย่างแน่นอน แต่ถ้ายังลังเล ไม่รู้จะไปร้านไหนดี บทความนี้จะขอนำเสนอ 5 ร้านชาเขียวขึ้นชื่อในเกียวโตที่จะทำให้เพื่อนๆ ต้องหลงรักชาเขียวยิ่งขึ้นค่ะ

Gion Kitagawa Hanbee (祇園 北川半兵衛)

ร้านขนมหวานที่ถึงแม้จะรีโนเวทร้านเก่าแก่จนใหม่เอี่ยมสวยปิ๊งทันสมัย แต่ก็ยังให้บรรยากาศและความรู้สึกแบบญี่ปุ่นๆ เป็นร้านที่ใกล้สถานี Gion Shijyou มาก เดินมาแค่ 6 นาทีก็ถึง จึงเหมาะสำหรับคนที่มาเที่ยวย่านกิองแล้วอยากพักเหนื่อยจิบชาทานขนมอร่อยๆ และถึงจะเป็นคาเฟ่แต่ก็เปิดจนถึงสี่ทุ่ม ใครที่รู้สึกอยากกินขนมหวานรอบดึกก็สามารถแวะเวียนมาที่นี่ได้โดยไม่ต้องกลัวปิด

 

เมนูแนะนำสำหรับสายมัทฉะคือ Matcha no Degurinezon (抹茶のデグリネゾン) ราคา  2,600 เยน เป็นเมนูที่อัดแน่นไปด้วยชาเขียวแบบสุดๆ  ในเซ็ตประกอบไปด้วยไอศกรีม ขนมเค้ก และเครื่องดื่มชาเขียวที่สามารถเลือกได้หลากหลายประเภท

นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ อย่างเช่น พาร์เฟ่ต์มัทฉะที่ประกอบไปด้วยไอศกรีมชาเขียวเข้มข้นและพานาค็อตต้าชาเขียวในราคา 2,500 เยน หรือเมนูโฮจิฉะพาร์เฟ่ต์ที่ประกอบไปด้วยพานาค็อตต้าโฮจิฉะ ไอศกรีม เค้กงาและมันเผาในราคา 2,300 เยน

祇園 北川半兵衛
พิกัด: Gionmachi Minamigawa, Higashiyama, Kyoto
การเดินทาง: เดินจากสถานี Gion Shijyou ประมาณ 6 นาที
เวลาเปิดทำการ: 11:00~22:00
ราคาโดยประมาณ: 2,000 เยน~2,999 เยน
เว็บไซต์: gion-kitagawahanbee.kyoto
แผนที่:

Saryou Suisen Takatsuji (茶寮 翠泉 高辻本店)

 

เป็นร้านสไตล์ญี่ปุ่นซึ่งอยู่ห่างจากเมืองที่พลุ่กพล่านจอแจและให้ความรู้สึกเงียบสงบ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบสถานที่ที่คนเยอะๆ และอยากผ่อนคลายจิตใจไปกับบรรยากาศ ขนมหวานและชาญี่ปุ่น เมนูร้านนี้จะเน้นไปที่ชาเขียวตั้งแต่อาหาร เครื่องดื่มและของหวานซึ่งทำจากวัตถุดิบชั้นยอด นอกจากรสชาติจะอร่อยถูกปากแล้ว หลายๆ เมนูยังจัดแต่งจานออกมาได้น่าถ่ายรูปมากๆ หนึ่งในนั้นคือมัทฉะลาเต้อาร์ต 3D น้องหมีลอยน้ำตุ๊บป่อง ซึ่งทำออกมาได้น่ารักปุ๊กปิ๊กสุดๆ ทำให้มีคนอัพโหลดและแชร์ลงบนโซเชี่ยลมากมาย

ถ้าในลิสต์การท่องเที่ยวของเพื่อนๆ ไม่ได้ผ่านย่าน Takatsuji ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะร้านนี้ยังมีอีกสองสาขาได้แก่ Karasuma Oike และ Kyoto Gion หากใครผ่านไปแถวนั้นก็สามารถแวะเวียนเข้าไปกินขนมอร่อยๆ กันได้

 

ขอแนะนำเมนูเด็ดประจำร้าน นั่นก็คือ มัทฉะเค้กพาร์เฟ่ต์ ด้านบนโปะด้วยไอศกรีมมัทฉะสุดเข้มข้นและท็อปปิ้งอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนด้านล่างที่ซ่อนอยู่ใต้ไอศกรีมแสนอร่อยเป็นเค้กสปอนจ์ชาเขียวและไอศกรีมวานิลลารสชาติเข้ากัน

ยังมีอีกเมนูเด็ดที่ไม่แนะนำไม่ได้เด็ดขาด นั่นก็คือวาราบิโมจิชาเขียวสุดยืดดดที่เพิ่งทำเสร็จร้อนๆ ถือเป็นอีกเมนูยอดฮิตเรียกลูกค้าประจำร้าน ถึงกับมีคนมาที่นี่อยู่เรื่อยๆ เพื่อมาลิ้มลองเมนูนี้เลยทีเดียว

วาราบิโมจิของที่นี่ทำจากผงวาราบิโมจิที่ผลิตภายในประเทศ เพราะฉะนั้นรับประกันได้เลยว่าจะได้กินวาราบิโมจิต้นตำรับญี่ปุ่นแบบแท้ๆ อย่างแน่นอน อีกทั้งยังเป็นเมนูที่จะทำหลังจากมีออร์เดอร์ ไม่ได้ทำค้างเอาไว้แล้วเอาไปอุ่นให้เสียรสชาติ แค่กินเข้าไปกลิ่นและรสชาติความเป็นชาเขียวก็จะแผ่ซ่านอยู่ในปาก ยิ่งกินกับถั่วแดง ดังโงะชิราทามะและผงคินาโกะที่เสิร์ฟมาพร้อมกันยิ่งเพิ่มรสชาติความอร่อยไม่รู้ลืม

หากใครติดใจก็สามารถสั่งกลับบ้านได้ แต่มีจำนวนจำกัด ช้าหมดอดไม่รู้ด้วยนะ!

茶寮 翠泉 高辻本店
พิกัด: Inari, Shimogyo, Kyoto
การเดินทาง: เดินจากสถานี Gion Shijyou ประมาณ 6 นาที
เวลาเปิดทำการ: 11:00~22:00
เว็บไซต์: saryo-suisen.com
แผนที่:

Baikoudou (梅香堂)

ถือเป็นร้านขนมหวานเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปีโชวะที่ 28 และเป็นที่รักของชาวเกียวโตมาอย่างยาวนาน เนื่องด้วยเป็นร้านที่มีเสน่ห์และให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองเหมือนอยู่ที่บ้าน นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากวัด Toufukuji และ Chishakuin ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต เหมาะสำหรับการแวะพักเหนื่อยมานั่งกินของอร่อยๆ ให้ชื่นใจพร้อมลุยเที่ยวต่อ

 

สำหรับเมนูของที่นี่ขอแนะนำ พาร์เฟ่ต์เยลลี่ชาเขียว นอกจากจะมีเยลลี่แล้วยังมีไอศกรีมวานิลลา ดังโงะชิราทามะและถั่วแดงเป็นท็อปปิ้งเสริม ช่วยให้สัมผัสได้ถึงความเป็นญี่ปุ่นที่อัดแน่นอยู่ในถ้วย

อีกหนึ่งเมนูแนะนำของที่นี่คือ น้ำแข็งไสชาเขียว ที่หากินได้ยากในบ้านเรา เพราะงั้นถ้ามีโอกาสได้มีที่นี่ก็อย่าพลาดเชียว ยิ่งถ้าได้กินในช่วงหน้าร้อนบอกได้คำเดียวว่าฟิน!

梅香堂
พิกัด: Imakumano Hozo, Higashiyama, Kyoto
การเดินทาง: เดินจากสถานี Toufukuji ประมาณ 10 นาที
เวลาเปิดทำการ: 10:00~18:00 (แต่เปิดรับออร์เดอร์สุดท้ายถึง 17.30) หยุดวันอังคาร
ทวิตเตอร์: @baikoudo
แผนที่:

Ito Kyuemon Uji (伊藤久右衛門 宇治本店)

 

ร้านที่ขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับชาเขียวอันมีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยเอโดะ มีชื่อเสียงในด้านชาเขียวโดยเฉพาะ ว่ากันว่าแม้แต่ตอนคัดเลือกชามาใช้ก็ยังเลือกแต่ยอดชาแรกเท่านั้น

 

ในร้านมีสินค้าหลายประเภทเกี่ยวกับชาเขียว ตั้งแต่ชาชนิดต่างๆ ไปจนถึงของกินมากมายทั้งคาวทั้งหวานทั้งเครื่องดื่ม เช่นโรลเค้กชาเขียว ไดฟุกุ ช็อกโกแลตชาเขียว แกงกะหรี่ชาเขียว โซบะชาเขียว ฯลฯ สามารถมาซื้อได้ที่ร้าน นั่งกินที่ร้านหรือจะสั่งทางออนไลน์ก็ได้

หากใครคิดว่าชาเขียวไม่ได้กินได้กับทุกอย่างขนาดนั้นหรอกมั้ง? มันจะอร่อยเหรอ? อยากบอกว่าให้ลองมาเปิดโลกดู รับรองว่าอร่อยล้ำประทับใจไม่รู้ลืม

 

เมนูที่ต้องโดนสักครั้งของร้านนี้ขอแนะนำ Sweet Plate (スイーツプレート) ซึ่งวัตถุดิบบนจานจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลหรือเทศกาลสำคัญสำหรับชาวญี่ปุ่นอย่างวาเลนไทน์หรือคริสมาสต์ เช่นถ้าเป็นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ก็จะเสิร์ฟกับโฮจิฉะหรือเกาลัด ถ้าเป็นวาเลนไทน์ก็จะเสิร์ฟกับสตรอเบอรี่ นอกจากจะเพลิดเพลินไปกับอีเว้นต์ประจำปีแล้ว ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับของหวานในรูปแบบไม่ซ้ำกันทำให้มาเยี่ยมเยียนได้ตลอดทั้งปีโดยไม่รู้เบื่อ

伊藤久右衛門 宇治本店
พิกัด: Todo, Uji, Kyoto
การเดินทาง: สามารถมาลงได้ทั้งสถานี Uchi, สถานี Mirurodo, สถานี JR Uchi ไม่เกิน 15 นาที
เวลาเปิดทำการ: 10:00~18:30 (แต่เปิดรับออร์เดอร์สุดท้ายถึง 18.00)
เว็บไซต์: itohkyuemon.co.jp
แผนที่:

Nakamura Tokichi (中村藤吉)

เป็นอีกร้านขึ้นชื่อเรื่องชาเขียวเก่าแก่ซึ่งเปิดตั้งแต่ปี 1854 เป็นที่นิยมแม้แต่ในหมู่ชาวต่างชาติจนมีคนมาที่นี่กันอย่างล้นหลาม แนะนำว่าให้เผื่อเวลาไว้ดีกว่าถ้าไม่อยากต้องต่อคิวรอนาน หรือถ้าใครไม่อยากรอก็สามารถซื้อกลับบ้านได้ (แค่บางชิ้นเท่านั้น)

ภายในร้านจะแบ่งเป็นสองโซน คือโซนขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับชา และโซนคาเฟ่ โซนคาเฟ่จะตกแต่งเหมือนร้านชาในสมัยก่อนแต่ก็แฝงไปด้วยความโมเดิร์น จุดเด่นคือสวนญี่ปุ่นที่มีต้นสนดำอายุกว่า 250 ปี เพียงแค่เหม่อมองก็ได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นๆ ซึ่งให้ความรู้สึกร่มเย็นและผ่อนคลาย

 

เมนูขึ้นชื่อของร้านที่ไม่ว่าใครมาก็อดสั่งไม่ได้คือ Maruto Parfait (まるとパフェ) เมนูที่เสิร์ฟด้วยขนมหวานแสนอร่อยมากมายอัดแน่นอยู่ในปล้องกระบอกไม้ไผ่ ด้านบนมีตัว 十 ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของร้าน ด้านในมีไอศกรีมชาเขียว เยลลี่ชาเขียวซึ่งเป็นสินค้ายอดนิยมของร้าน แยมเลม่อนและเบอร์รี่ รวมๆ กันแล้วได้รสชาติชาเขียวแบบญี่ปุ่นๆ พร้อมทั้งรสสัมผัสสดชื่น กินแล้วหายเหนื่อยแน่นอน

อีกหนึ่งเมนูแนะนำคือ เยลลี่ชาเขียว อาจดูเหมือนธรรมดาแต่ว่าเป็นเมนูยอดนิยมของทางร้านที่ไม่ว่าใครได้กินเข้าไปแล้วเป็นต้องอยากกินซ้ำสอง! จุดเด่นที่แตกต่างจากร้านอื่นคือเสิร์ฟในกระบอกไม้ไผ่และความนุ่มมมที่ไม่เหมือนใคร    สล็อตเว็บตรง

中村藤吉
พิกัด: Ichiban, Uji, Kyoto
การเดินทาง: สามารถมาลงได้ทั้งสถานี Uchi, สถานี Mirurodo, สถานี JR Uchi ไม่เกิน 15 นาที
เวลาเปิดทำการ: 10:00~18:30 (แต่เปิดรับออร์เดอร์สุดท้ายถึง 18.00)
เว็บไซต์: tokichi.jp
แผนที่:

แพนด้าน้อย Xiang Xiang ฟีเวอร์ เพิ่มคนเข้าเยี่ยมชมสวนสัตว์อุเอโนะมากกว่า 4 ล้านคน

แพนด้าน้อย Xiang Xiang ฟีเวอร์ เพิ่มคนเข้าเยี่ยมชมสวนสัตว์อุเอโนะมากกว่า 4 ล้านคน

ตั้งแต่สวนสัตว์อุเอโนะได้เปิดให้เข้าชมแพนด้าน้อย Xiang Xiang (シャンシャン) เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ก็มีผู้คนแห่เข้ามาชมความน่ารักของแพนด้าน้อย Xiang Xiang อย่างคับคั่ง จนต้องยกให้เป็นซุปเปอร์สตาร์ของสวนสัตว์อุเอโนะในตอนนี้เลยก็ว่าได้

และเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พบว่ามียอดผู้เข้าชมสวนอุเอโนะกว่า 4 ล้านคน ซึ่งยอดคนเข้าชมสวนเกิน 4 ล้านคนนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีที่แล้วในปี 2011 โดยมียอดผู้เข้าเยี่ยมชมเป็นจำนวน 4,710,000 คน ซึ่งเป็นปีที่เปิดให้บุคคลภายนอกได้เข้าชมแพนด้า Li Li (リーリー) และ Shin Shin (シンシン) ซึ่งเป็นพ่อและแม่ของแพนด้าน้อย Xiang Xiang นั่นเอง

ณ วันที่ 20 มีนาคม มียอดผู้เข้าชมสวนอุเอโนะรวมทั้งสิ้น 4,180,000 คน โดยเพิ่มจากปีงบประมาณ 2016 ที่มียอดผู้เข้าชม 3,840,000 คน เพิ่มขึ้นกว่า 9% เลยทีเดียว

แพนด้าน้อย Xiang Xiang เกิดเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว และทางสวนสัตว์ได้เปิดให้ผู้คนทั่วไปชมความน่ารักของแพนด้าน้อย Xiang Xiang ตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา      สล็อตเว็บตรง

เมื่อวัดจากจำนวนผู้เข้าชมสวนที่ผ่านมาพบว่าเดือนกุมภาพันธ์จะเป็นเดือนที่ค่อนข้างซบเซา แต่ในปีนี้มียอดผู้เข้าชมสวนในเดือนกุมภาพันธ์ถึง 407,000 คน ซึ่งเป็นยอดที่สูงมากในรอบ 31 ปี หลังจากที่ปี 1987 ที่ทางสวนอุเอโนะได้เปิดให้เข้าชมแพนด้าน้อย Tong Tong (トントン) เลยทีเดียว

ภาพความน่ารักของเจ้าแพนด้าน้อย Xiang Xiang

 

อาหารอร่อยขึ้นชื่อของจังหวัดนางาซากิที่หารับประทานได้ทั่วญี่ปุ่น

อาหารอร่อยขึ้นชื่อของจังหวัดนางาซากิที่หารับประทานได้ทั่วญี่ปุ่น

จังหวัดนางาซากิเป็นจังหวัดที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของภูมิภาคคิวชู (Kyushu) ในอดีตเป็นเมืองท่าสำคัญที่เป็นแหล่งรวมเอาวัฒนธรรมต่างชาติจากทั้งจีนและยุโรปมาผสมผสานไว้อย่างลงตัว ด้วยประวัติศาสตร์ของการเป็นเมืองที่ถูกทิ้งระเบิดปรมาณูในสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้นางาซากิมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายทั้งทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ได้แก่ สวนสันติภาพ, ฮุสเทนบอช (Huis Ten Bosch), แหลมชิมาบะระ (Shimabara Peninsula) ซึ่งเป็นแหลมที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟอันเซน (Unzen mount) เป็นต้น นอกจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดใจแล้ว นางาซากิยังอุดมไปด้วยอาหารอร่อยที่สร้างความสุขให้แก่นักท่องเที่ยว ต่อไปนี้จะเป็นการแนะนำของอร่อยจากจังหวัดนางาซากิที่สามารถหารับประทานได้ทั่วประเทศญี่ปุ่นโดยไม่ต้องเดินทางไปนางาซากิค่ะ


เค้กปลาคามาโบโกะ (Kamaboko)

เนื่องจากเป็นจังหวัดติดทะเลและจับปลาได้มากเป็นอันดับที่สองของญี่ปุ่น ปลาสดและอาหารทะเลจึงถูกนำมาแปรรูปเป็นเค้กปลาอร่อย ทั้งในรูปแบบที่เป็นเนื้อปลาล้วนๆที่มีส่วนผสมของปลาซาร์ดีน ปลาอะจิ หรือปลาบินโทบิอุโอะ เป็นต้น หรือเค้กปลาที่มีส่วนผสมของผักต่างๆ กุ้ง และปลาหมึกยักษ์ เป็นต้น เค้กปลาจากจังหวัดนางาซากิจัดเป็นเค้กปลาขึ้นชื่อ รสชาติอร่อยจากความสดของเนื้อปลาสามารถนำมารับประทานได้เลย หรือนำมาปรุงเป็นอาหารต่างๆ ก็ได้ ทั้งนี้สามารถหาซื้อเค้กปลาจากจังหวัดนางาซากิได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปในญี่ปุ่นค่ะ

 

บะหมี่จัมปง (Champon)

จัมปงเป็นบะหมี่น้ำที่ขึ้นชื่อและเป็นที่ชื่นชอบของคนญี่ปุ่น จุดเริ่มต้นของบะหมี่จัมปงนั้นเกิดในสมัยเมจิ ที่ร้านอาหารจีนในจังหวัดนางาซากิได้ปรุงบะหมี่ขึ้นเพื่อให้นักศึกษาจากประเทศจีนรับประทาน จากนั้นจัมปงได้กลายเป็นบะหมี่ที่ขายดิบขายดีเป็นที่นิยมของคนญี่ปุ่น จัมปงประกอบด้วยเส้นบะหมี่ที่มีลักษณะเส้นเหนียว หนึบ นุ่ม ในน้ำซุปที่ได้จากกระดูกไก่หรือหมู และมีเครื่องเคราหลายอย่างได้แก่ เนื้อหมู กุ้ง ปลาหมึก คะมะโบะโกะ หอยและผักต่างๆ

 

นอกจากจัมปงแล้วก็ยังมีอาหารจานเด็ดที่อร่อยซึ่งมักหารับประทานได้จากร้านที่มีจำหน่ายบะหมี่จัมปง คือ ซาระอุด้ง (Sara Udon) ซึ่งเป็นเหมือนราดหน้าหมี่กรอบของบ้านเรา หากใครคิดถึงราดหน้าหมี่กรอบก็สามารถรับประทานซาระอุด้งทดแทนให้หายคิดถึงเมืองไทยได้เหมือนกันค่ะ

ซาระอุด้ง (Sara Udon)
ซาระอุด้ง (Sara Udon)
จัมปง (Champon)
จัมปง (Champon)

เค้กคัสเตลลา (Castella)

เค้กคัสเตลลาเป็นสปันจ์เค้กเก่าแก่ที่มีต้นตำรับจากประเทศโปรตุเกสซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเค้กคัสเตลลาจากจังหวัดนางาซากิ โดยปกติเนื้อเค้กจะมีส่วนผสมแค่ 4 อย่างคือ แป้ง น้ำตาล ไข่ และน้ำผึ้งเท่านั้น แต่ร้านขนมจะเติมส่วนผสมที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อเพิ่มความคลาสสิกในรสชาติ เช่น เค้กคัสเตลลารสชาเขียวและรสกาแฟ เป็นต้น ทั้งนี้สามารถหาซื้อเค้กคัสเตลลาได้ตามร้านของฝากและซุปเปอร์มาร์เก็ตของห้างสรรพสินค้าทั่วไปในญี่ปุ่นค่ะ

สำหรับนักชิมที่ไม่มีเวลาเดินทางไปนางาซากิผู้เขียนขอแนะนำอาหารดังกล่าวข้างต้นเลยค่ะ หากอยากพิสูจน์ว่าอาหารจากนางาซากิอร่อยจริงหรือไม่ก็ลองมองหาอาหารดังกล่าวตามร้านอาหารและซุปเปอร์มาร์เก็ตในญี่ปุ่นมารับประทานดูนะคะ    สล็อตเว็บตรง

3 ออนเซ็นเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ความเลอค่าที่เยียวยาคนญี่ปุ่นมากว่าพันปี

3 ออนเซ็นเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ความเลอค่าที่เยียวยาคนญี่ปุ่นมากว่าพันปี

ญี่ปุ่น ประเทศแห่งออนเซ็นที่มีออนเซ็นให้เลือกไปเที่ยวนับไม่ถ้วน แต่ในบรรดาออนเซ็นชื่อดังทั้งหลายนี้ ออนเซ็นที่ไหนกันแน่ที่เก่าแก่ที่สุด? ในบทความนี้เราไปดูออนเซ็นเก่าแก่ที่คนญี่ปุ่นนิยมกันมาแต่โบราณกัน!

“อาริมะออนเซ็น” จังหวัดเฮียวโกะ

อาริมะออนเซ็นเป็นออนเซ็นที่ขึ้นชื่อทั้งในฐานะออนเซ็นชื่อดังอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นและหนึ่งในออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น มีประวัติความเป็นมากว่า 1,300 ปีและเคยถูกกล่าวถึงในนิฮงโชงิ (日本書紀) หนังสือเก่าแก่อันดับสองของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่ถูกเขียนเมื่อปีค.ศ. 720 และเคยถูกกล่าวถึงในฐานะออนเซ็นของจักรพรรดิจากการที่จักรพรรดิโจเมแห่งญี่ปุ่นเสด็จสรงน้ำในออนเซ็นแห่งนี้

ในบรรดาบ่อออนเซ็นต่างๆ มีสองบ่อที่มีชื่อเสียง ได้แก่บ่อ “คินเซ็น (金泉)” หรือ “บ่อทอง” ที่มีปริมาณแร่เหล็กในน้ำสูงทำให้น้ำมีสีออกน้ำตาลแดงและมีสรรพคุณหลากหลาย อีกบ่อหนึ่งคือ “กินเซ็น (銀泉)” หรือ “บ่อเงิน” ที่มีคุณสมบัติรักษาโรคผิวหนังและคลายอาการเหนื่อยล้าต่างๆ นอกจากนี้กินเซ็นเป็นบ่อที่มีน้ำสีใสและมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์สูง ช่วยในการรักษาความดันโลหิตสูง อาการกลัดหนอง และคลายอาการเหนื่อยล้าต่างๆ

 

Website: visit.arima-onsen.com

“ชิราฮามะออนเซ็น” จังหวัดวากายามะ

ชิราฮามะออนเซ็นเป็นชื่อเรียกโดยรวมของออนเซ็นต่างๆ ในบริเวณหาดชิราฮามะ มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 และเป็นแหล่งออนเซ็นซึ่งจักรพรรดิและชาววังของญี่ปุ่นนิยมแวะมาเยี่ยมเยียนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิเท็นจิ และจักรพรรดินีโคเกียวคุของญี่ปุ่นเป็นต้น

แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 1,000 ปี ชิราฮามะออนเซ็นก็ยังเป็นออนเซ็นยอดนิยมของคนญี่ปุ่นและมีรีสอร์ทออนเซ็นพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย โดยมีชื่อเสียงเรื่องสรรพคุณของน้ำที่มีปริมาณเกลือแร่สูงทำให้รักษาความชุ่มชิ้นของผิวได้ดี และยังเป็นออนเซ็นที่สามารถเห็นวิวทะเลและหาดสีขาวสะอาดตาได้อีกด้วย เช่นซาคิโนะยุออนเซ็นที่เป็นออนเซ็นกลางแจ้งที่เห็นวิวทะเลสวยงามได้ชัดเจน

 

Website: en.visitwakayama.jp

“โดโกะออนเซ็น” จังหวัดเอฮิเมะ

โดโกะออนเซ็นเป็นออนเซ็นที่เชื่อกันว่าเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นโดยมีประวัติที่ย้อนกลับไปได้กว่า 3,000 ปี คนญี่ปุ่นมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับโดโกะออนเซ็นว่าถูกพบโดยบังเอิญจากการที่มีคนไปพบเห็นนกยางเปียลงไปแช่ขาพักผ่อนในโดโกะออนเซ็นแห่งนี้ นอกจากนี้ โดโกะออนเซ็นยังปรากฏในบทกลอนของมันโยชูและเก็นจิ โมโนกาตาริที่ถูกเขียนขึ้นเมื่อกว่า 1,000 ปีที่แล้ว ในนิยาย “บจจัง (坊ちゃん)” ของนัตสึเมะ โซเซกิก็ยังใช้โดโกะออนเซ็นเป็นฉากหลัง ทำให้โดโกะออนเซ็นมีชื่อเสียงเรื่อยมา

 

ด้วยอุณภูมิน้ำที่อุ่นกำลังดีและคุณสมบัติความเป็นด่างเล็กน้อย ทำให้โดโกะออนเซ็นเป็นออนเซ็นที่ใครๆ ก็แช่ได้อย่างสบายๆ และทำให้ผิวสวยอีกด้วย

 

Website: dogo.jp

สำหรับแฟนพันธุ์แท้ออนเซ็นญี่ปุ่นแล้ว การได้ลองไปสัมผัสออนเซ็นที่เยียวยาคนญี่ปุ่นมานานนับพันปีเป็นอีกประสบการณ์ที่ห้ามพลาดทีเดียว ทริปญี่ปุ่นครั้งหน้าอย่าลืมไปเที่ยวกันนะคะ    สล็อตเว็บตรง

หน้าหนาวก็กินไอศกรีม?! เรื่องราวที่ชาวฮอกไกโดเท่านั้นที่เข้าใจ

หน้าหนาวก็กินไอศกรีม?! เรื่องราวที่ชาวฮอกไกโดเท่านั้นที่เข้าใจ

ฮอกไกโด ภูมิภาคที่มีแต่หิมะ ส่วนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นที่เขาว่ากันว่าไม่ค่อยเหมือนญี่ปุ่นสักเท่าไร ภูมิภาคที่ฤดูหนาวยาวนานกว่าครึ่งปี วิถีชีวิตของชาวฮอกไกโดจึงค่อนข้างแตกต่างจากภูมิภาคอื่น

ผู้เขียนเองก็เคยมีประสบการณ์ผ่านความหนาวเยือกที่ฮอกไกโดมาเหมือนกัน จึงอยากแชร์เรื่องราวที่ตัวเองก็ได้พบเจอมาค่ะ ไปดูกันว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่ชาวภูมิภาคอื่นอาจจะไม่เข้าใจ แต่ชาวฮอกไกโดจะต้องพยักหน้าแรง ๆ ว่านี่แหละวิถีชาวเราค่ะ!

ที่บอกว่าหิมะทับถมกันน่ะ ไม่ได้ครึ่งของเราเลยสักนิด!

เวลาที่แถวโตเกียวหิมะทับถมสักประมาณ 2-3 ซม. รายการทีวีต่าง ๆ ก็มักจะออกข่าวแล้ว แต่สำหรับชาวฮอกไกโดแล้ว บอกเลยว่า “นั่นไม่เรียกว่าหิมะทับถมเลยสักนิด” เหมือนกันกับที่คนคันโตหรือคนคันไซพูดว่า “วันนี้หนาวจัง” ชาวฮอกไกโดก็จะไม่อินด้วยเลยเช่นกันค่ะ

เหตุผลก็คือ พื้นที่ส่วนใหญ่ของฮอกไกโด (ยกเว้นบางพื้นที่ทางตอนใต้) เป็นภูมิอากาศแบบกึ่งอาร์กติก ในอดีตมีบันทึกว่าอากาศติดลบถึง 40 องศาอยู่นับครั้งไม่ถ้วน อย่างในปี 2018 ก็มีบันทึกว่าที่เมืองยูบาริ หิมะทับถมถึง 101 ซม.ในเวลา 48 ชม. หรือพูดอีกอย่างก็คือหิมะทับถมเกิน 1 เมตรใน 2 วันเท่านั้น เมื่อเทียบกับโตเกียวหรือภูมิภาคอื่นแล้วต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยใช่ไหมคะ

เสียงรถกวาดหิมะดังจนนอนไม่หลับ!

 

นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ภูมิภาคอื่นไม่เข้าใจค่ะ สืบเนื่องจากข้อข้างต้น เนื่องจากมีปริมาณหิมะเยอะ ก็ต้องมีรถกวาดหิมะช่วยจัดการให้คนสามารถใช้ถนนกันได้สะดวก เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความวุ่นวายในตอนเช้าซึ่งเป็นเวลาที่คนไปทำงาน รถกวาดหิมะจึงต้องทำหน้าที่ตั้งแต่ตอนกลางคืนจนถึงช่วงเช้าตรู่

จริง ๆ ก็มีเสียงร้องเรียนจากผู้อาศัยไม่น้อยค่ะ เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ในหน้าหนาว แต่เมื่อเข้าฤดูใบไม้ผลิปัญหานี้ก็จะหมดไปค่ะ เพียงแต่ว่าที่นี่หิมะจะตกนานหน่อยเท่านั้นเอง..

ใช้กระดานเลื่อนหิมะแทนรถเข็นเด็ก

ที่ฮอกไกโดเป็นสังคมที่ใช้รถเสียส่วนใหญ่ค่ะ ยิ่งช่วงหน้าหนาวส่วนใหญ่จะใช้รถส่วนตัว ช่วงที่หิมะไม่ตก บรรดาคุณแม่ ๆ ก็จะใช้กระดานเลื่อนหิมะพาเด็ก ๆ เล่นแทนรถเข็นเด็กค่ะ สำหรับภูมิภาคอื่นอาจจะเป็นภาพที่แปลกตาสักหน่อย แต่สำหรับคนที่นี่แล้วจะเป็นภาพที่ชินตาเลยล่ะค่ะ

กับข้าวที่เหลือก็วางทิ้งไว้ ไม่ต้องเข้าตู้เย็น

ช่วงฤดูหนาวที่หนาวสุดขั้ว อุณหภูมิจะไม่ต่างอะไรกับตู้เย็นเลยค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาที่มีของเหลือก็จะวางทิ้งไว้บริเวณทางเข้าบ้านหรือที่เรียกว่าเก็งคัง (玄関) ได้เลย ไม่ต้องเข้าตู้เย็นแต่อย่างใด

ใช้ถั่วลิสงแทนถั่วเหลืองในเทศกาลเซ็ตสึบุน (เทศกาลปาถั่ว)

เมื่อเข้าเดือนกุมภาพันธ์ ที่ญี่ปุ่นจะมีการจัดเทศกาลเซ็ตสึบุน (เทศกาลปาถั่ว) ทั่วประเทศ ที่ฮอกไกโดก็มีเทศกาลนี้เหมือนภูมิภาคอื่น ๆ ค่ะ แต่ที่ต่างก็คือ ที่นี่และบางพื้นที่ในญี่ปุ่นจะใช้ถั่วลิสงแทนถั่วเหลืองที่ใช้กันทั่วไป

ไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าเปลี่ยนตั้งแต่เมื่อไร แต่ดูเหมือนเหตุผลที่เปลี่ยนจะมีหลักการง่าย ๆ ก็คือ เพราะมันเก็บง่ายกว่านั่นเองค่ะ ก็จริงอยู่นะคะหิมะเยอะขนาดนี้ ถ้าเป็นถั่วเหลืองก็คงจะเก็บยากน่าดู

ฤดูหนาวก็ยังใส่เสื้อแขนสั้น กินไอศกรีม!

 

 

บ้านที่ฮอกไกโดส่วนใหญ่ถึงข้างนอกจะหนาวแต่ภายในบ้านอุ่นค่ะ ส่วนใหญ่จะมีฮีทเตอร์ช่วยทำความร้อน ตึกส่วนใหญ่ค่อนข้างที่จะมีระบบทำความร้อนที่ดี เพราะฉะนั้นถึงแม้ข้างนอกจะอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง แต่ในบ้านอุณหภูมิ 22-23 องศา ใส่เสื้อแขนสั้น กินไอศกรีมได้ชิล ๆ เลยค่ะ

ตอนที่ผู้เขียนอยู่ที่ฮอกไกโด เวลาออกข้างนอกก็ใส่เสื้อหนา ๆ หน่อย เข้าตึกเรียนเสร็จ ก็ถอดเสื้อนอกสบาย ๆ เลย ไม่จำเป็นต้องใส่ฮีทเทคข้างในด้วยค่ะ กลับกันถ้าใส่ฮีทเทค เวลาเข้าตึกหรือเข้าห้างจะร้อนแทน

ชมซากุระเดือนพฤษภาคม?!

ส่วนใหญ่ที่กล่าวมาข้างต้นมักจะเป็นเรื่องราวในหน้าหนาว ข้อสุดท้ายจึงขอพูดถึงความแตกต่างในหน้าใบไม้ผลิบ้างค่ะ การชมซากุระที่ฮอกไกโดจะล่าช้ากว่าที่อื่น ถ้าเทียบกับที่โตเกียวก็ช้ากว่าประมาณ 1 เดือน ที่นี่ซากุระจะบานช่วงปลายเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคมค่ะ

คนญี่ปุ่นชมซากุระในช่วงต้นพฤษภาคม ซึ่งตรงกับ golden week พอดี
คนญี่ปุ่นชมซากุระในช่วงต้นพฤษภาคม ซึ่งตรงกับ golden week พอดี

ภูมิภาคที่ซากุระบานเร็วอย่างโอกินาวะก็เริ่มออกดอกตั้งแต่เดือนมกราคมทีเดียวค่ะ ส่วนภูมิภาคอื่น ๆ ก็ขยับตาม ๆ กันมา เมื่อเทียบเหนือสุดกับใต้สุดแล้วก็ห่างกันนานทีเดียว

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ผู้ที่ไปท่องเที่ยวระยะสั้น ๆ อาจจะไม่สังเกตเห็นความแตกต่างสักเท่าไร แต่สำหรับคนที่เคยไปอยู่แล้ว เห็นเลยว่ามีความต่างจากภูมิภาคอื่นมากมายทั้งที่เป็นประเทศเดียวกัน สำหรับคนที่ชื่นชอบความหนาวและหิมะขาว ๆ แล้ว รับรองว่าต้องชอบฮอกไกโดแน่นอนค่ะ    สล็อตเว็บตรง